http://niruth.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

ประวัติและผลงาน

 ติดต่อเรา

สื่อและการเผยแพร่

ใช้มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า กลางฝน เสี่ยงฟ้าผ่า? 6 สิ่งแนะนำข้อควรระวัง “ขณะฝนตกหนัก”

เทคนิคการสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัย Do and Don

7 เคล็ดลับ "เรียนอย่างไรให้จบตามหลักสูตร 4ปี (แถมพ่วงดีกรีเกียรตนิยม)"

ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว : การชาร์จโทรศัท์ทิ้งไว้ทั้งวัน ควรทำหรือไม่ โทรผ่านไลน์ อันตรายจริงป่ะ ห้ามเอามือถือเปียกแช่ข้าวสาร

ชัวร์ก่อนแชร์ : คลื่นอินเทอร์เน็ต Wi-Fi คลื่นมือถือ เป็นตัวเร่งโลกร้อน จริงหรือ?:คลื่นวิทยุ-คลื่นมือถือ รบกวนสมองได้จริงหรือ? พิสูจน์คลิปทำที่ชาร์จมือถือแบบไร้สายจริงหรือ? กระป๋องน้ำอัดลมเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ได้จริงหรือ? สัญญาณ Wi-Fi อันตรายจริงหรือ?

วิศวกรรมศาสตร์

ข่าวสารและกิจกรรม

Physics

การบริหารจัดการ

อิสรภาพทางการเงิน(Financial Freedom)

หัวข้อวิจัยสนใจ(Interested Topic Research)และโครงการ

ปฎิทิน

« March 2020»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

สถิติ

เปิดเว็บ06/06/2011
อัพเดท14/02/2020
ผู้เข้าชม51,039
เปิดเพจ83,395

สินค้า

iGetWeb.com
AdsOne.com

คิดก่อนฝันจากมนุษย์เงินเดือนเป็นผู้ประกอบการ

คิดก่อนฝันจากมนุษย์เงินเดือนเป็นผู้ประกอบการ

คิดก่อนฝัน จากมนุษย์เงินเดือนเป็นผู้ประกอบการ (Salary man to enterprenuer)

จากคลิปหนังสั้น การลาออกครั้งสุดท้าย ของการลาออกครั้งสุดท้าย ของคุณเต้ย ภาณุมาศ ทองธนากุล ในเพจเฟสบุ๊คทำให้มีคนสนใจกันเป็นจำนวนมาก ก็จำได้ว่าเคยมีคนถามผมว่าถ้าจะลาออกมาแล้ว หารายได้จากการลงทุนในตลาดหุ้น ทดแทนเงินเดือน จะได้ไหม เพราะเบื่อกับงานประจำ งานที่ทำมาก จนอยากจะลาออกมาวันนี้พรุ่งนี้แล้ว ยิ่ง พอดูคลิปยิ่ง เกิดอารมณ์ร่วม เพราะเข้าใจว่ามันสร้างรายได้ ให้เรารายเดือน โดยที่เราไม่ต้องทำทำงานประจำ แบบคำพูดเท่ห์ๆว่าให้เงินทำงาน ประมาณนั้น แต่หลายคนดูคลิปแล้ว ตีความหมายของหนังผิด(ผมเชื่อว่าในหนังเขาไม่ได้ยุให้เราลาออกมาจากงานแบบตายดาบหน้าหรอกครับ) ในความเป็นจริงมันไม่ง่ายแบบนั้นครับ ไม่เช่นนั้นเศรษฐีเต็มตลาดหุ้นไปหมดแล้ว ผมยังยืนว่าการหาเงินใน ตลาดหุ้นไม่ง่ายขนาดนั้น

ทำกำไรที่ว่ายาก ทำให้ได้ทุกเดือนยากกว่า

โดยเฉพาะจะต้องหาเงินแบบต่อเนื่อง มั่นคง แบบเงินเดือน ที่โอนเข้าบัญชีทุกๆสิ้นเดือนนั้น ยิ่งยากใหญ่ เพราะตลาดหุ้นมีความเสี่ยง ไม่มีใครมากันรันตีให้เราหรอกครับว่า จะได้กำไรทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ที่สำคัญ ไม่ใช่มองแต่ได้กำไรนะ คุณยังมีโอกาสขาดทุน ได้ไม่น้อย จากความผันผวนของตลาดหุ้น ดังนั้นคิดว่าซื้อๆ ขายๆก็จะได้เงินง่ายๆ อันนี้เลิกฝันเถอะครับ เงินต้นก้อนใหญ่ ประเด็นต่อมาที่ถามคือ ลงทุนในหุ้นแล้วให้ผลตอบแทนมากเทียบเท่ากับเงินเดือนได้หรือไม่??? เพื่อนบางคนที่ถามมาทำงานมา 5 ปี เงินเดือน 2.5 หมื่น แต่ผมคิดตัวเลขง่ายๆ ถ้าค่าครองชีพขั้นต่าของคนทั่ว ไป ค่ากิน ค่าอยู่ ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน เอาแบบสบายๆประมาณเดือนละ 1 หมื่นบาท การจะทำกำไรให้ได้เดือนละ 1 หมื่นบาท นั้นหมายความ ต้องมีเงินลงทุนที่มากๆพอสมควร นำตัวเลขกลมๆมาคิดให้ดู

สมมติ เงินลงทุน 50,000 บาท ผลตอบแทนคือ 20% ต่อเดือน

สมมติ เงินลงทุน 100,000 บาท ผลตอบแทนคือ 10% ต่อเดือน

สมมติ เงินลงทุน 500,000 บาท ผลตอบแทนคือ 5% ต่อเดือน

สมมติ เงินลงทุน 1,000,000 บาท ผลตอบแทนคือ 1% ต่อเดือน

คำถามที่ตามมาคือ ท่านมีเงินต้นมากขนาดนั้นหรือไม่???

ปกติถ้าเป็นคนชั้นกลาง ผ่อนลด ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด ผ่อนมือถือ โอกาสจะหาเงินเก็บมากขนาดหลักแสนนั้นก็ยากน่าดู เพราะด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่มากโอกาสจะออมเงินยิ่ง ยากไปใหญ่ บวกกับ ถ้าลักษณะนิสัยการใช้ชีวิต ติดหรู ชอบเดินห้าง สปอยหญิง กิน ร้านอาหารแพงๆ โอกาสที่จะออมให้มีเงินลงทุนก้อนใหญ่ขนาดนั้นยิ่ง ยากไปอีก ถ้าคิดจะกู้มาลงทุน ละก็

แนะนำว่าอย่าเลยครับ มือใหม่จะเอาเงินมาละลายให้เสือสิง กระทิงแรดในตลาดหุ้นเปล่าๆ ดีไม่ดีนอกจากไม่ได้เงินผลตอบแทนแล้ว จะมีหนี้ก้อนใหม่ให้ปวดหัวอีกต่างหาก

120% ต่อปีทำได้จริงหรือ

ถ้าคิดว่ามีเงิน หลักแสน มาลงทุนได้ แต่การทำกำไรได้ 10% ต่อเดือนหรือ 120% ต่อปี แม้เจ้าทำได้จริง นี่คงรวยมหาศาลไปเลย เพราะในความเป็นจริงยิ่ง เป็นไปได้ยาก แม้นักลงทุนหรือนักเก็งกำไรระดับโลก ยังทำได้แต่ 30-40% ต่อปี เอง ไม่ใช่เขาเหล่านั้นไม่เก่งนะ แต่การเข้าไปหากำไรก้อนใหญ่ขนาดนั้น มันไม่ต่างอะไรกับการวิ่ง เก็บเหรียญบนทางด่วน ที่มีแต่ความเสี่ยงเต็มไปหมด โอกาสจะโดนแจ๊คพ๊อตหมดตัวเมื่อไหร่ก็เกิดได้เสมอ ดังนั้นวิธีคิดที่ถูกคือ การหากำไรพอเพียงและจำกัดความเสี่ยงให้ต่า ดังนั้นถ้าจะหากำไร 120% ต่อปีนั้นจึงเป็นเรื่องที่เกิดได้ยาก ยิ่งต้องได้ทุกปี ยิ่ง ยากไปใหญ่ จุดจบของคนที่เดินทางนี้ ไม่โดนหลอกไปลงทุนออฟชัน อเมริกา ไปอบรมหลักสูตรไสยศาสตร์การเงิน ก็หมดตัวจากหุ้นร้อน จากวอแรนท์เน่าในตลาด อยู่ดี

ดอกเบี้ทบต้น

นักลงทุนในตลาดแบบให้เงินทำงาน เขาไม่ได้คิดแบบจะชักเงินมาใช้จ่ายรายเดือนนะครับ ส่วนใหญ่เพื่อเลี้ยงให้พอร์ตโต เพื่อสร้าง Leverage ของเงินทุนในการทำกำไร เขาต้องไม่ถอนเงินออกมาใช้ ปล่อยให้ดอกเบี้ยทบต้น ให้งอกเงย กำไรผลตอบแทนทีได้ ทั้งจากการขายหุ้นทำกำไร หรือปันผล ก็มักจะเก็บสะสมเป็นเงินลงทุนครั้งต่อๆไป กว่าจะรวย จะมีผลตอบแทนมาเพียงพอที่ไม่ต้องทำงาน หรือเป็นอิสรภาพทางการเงิน เขาต้องใช้เวลาครับ ไม่ใช่นำเงินมาใส่ตลาดหุ้น แล้วก็ชิวมีเงินเดือนใช้เลย

กรงทองไปสู่กรงเหล็ก

ปัญหาที่ตามมาเมื่อท่านลาออกจากงาน แล้วมาหมกหมุ่นในตลาดหุ้น มุ่งจะรวยไวๆ มุ่งจะหาเงินเยอะๆ ก็จะกลายเป็นว่าอิสรภาพที่ตั้งใจไว้หายไป มาติดกับการเฝ้าหุ้น ลุ้นหุ้น หาหุ้นเด็ด เคล็ดลับ ติดตามเซียน ติดตามกูรู วิ่งเข้าหาทางลัดเพื่อรวยๆเร็ว สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝัง ถึงแม้จะไม่ต้องทำงานออกจากกรงทองทีมีเงินเดือนใช้ ท่านก็จะเข้ามาอยู่กรงเหล็ก ที่ต้องลุ้นกำไรแบบช๊อตต่อช๊อตแทน อิสรภาพที่โหยหาก็หายไปอยู่ดี อย่างนั้นทำงานอย่างเดิมดีกว่า

ไม่ใช่ครับ!!! ทีเขียนมาเพราะไม่อยากให้ฝัน ให้เคลิ้มไปตามคำพูดสวยหรู แต่ผมเองสนับสนุนให้ มนุษย์เงินเดือนออกมาตามฝัน ไม่ต้องทำทำงานที่ไม่ได้รัก ตลอดชีวิต แต่อย่าให้คิดให้วางแผนมากๆ เปรียบชีวิตมนุษย์เงินเดือนมันเป็นกรอบ เป็นขนบในระบบทุนนิยม ที่เราทำตามกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ ถ้าบ้านไม่รวย พ่อแม่ไม่สปอยเงินให้อย่าไปคิดว่าจะออกมาง่ายๆ ต้องใช้เวลาใช้การทุ่มเทอย่างมาก ผมมี Road Map คราวๆ 6 ขั้นตอนให้ดูดังนี้

1. วางเป้าหมายเชิงรุก

ออกมาจากงานเพื่อทำอะไร อะไรคือสิ่งที่ราเราต้องการจะทำ ถ้ายังคิดไม่ออก อย่าเพิ่งลาออกมา พยายามใช้เวลาในการหาเป้าหมายสิ่งที่ชอบที่อยากทำ อาจจะยังไม่ต้องใช่เลย สัก 2-3 อย่างก่อน ศึกษาให้ดี วางแผนที่จะทำ ให้พร้อม เพื่อไม่ให้ลาออกมา แล้วมาเคว้งไร้จุดหมาย ตอนสาย นั่ง หายใจทิ้งอยู่บ้านไปวันๆ ทำแบบนั้นเสียเวลา คุณค่าของตัวเองในสายตาคนอื่นๆ ก็ลดหายไป ความทุกข์ก็จะมาเยือนท่านทันที

2. วางเป้าหมายทางการเงิน

วางแผนการใช้จ่ายเงินว่า 1 เดือนต้องใช้เงินเท่าไหร่ และมองหาแหล่งรายรับ ที่มาชดเชยหลังออกจากงาน ถ้าสนใจ รายได้จากการลงทุนในหุ้น ต้องคิดให้ออกว่า เรามีจะต้องมีเงินลงทุนเท่าไหร่ ต้องการเดือนละเท่าไหร่ ปีละเท่าไหร่ รับความเสี่ยงได้แค่ไหน

3. ออมเงิน

เพราะถ้าคิดจะเล่นกับ Passive income จากการลงทุนในตลาดหุ้น เราต้องอดออมเงินเพื่อสร้างเงินทุนสำหรับซื้อหุ้น แน่นอนว่าถ้าไม่มีใครออกทุนให้ ต้องใช้เวลาระหว่างทำงานนี่แหละครับ จงกัดฟันทน อดออมเก็บเงินให้ได้มากๆอย่างน้อยเดือนละ 3000-5000 บาท ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก เลิกซื้อเสื้อผ้า ของใช้ไอที โทรศัพท์รุ่นใหม่ เลิกกินหรู เลิกปาร์ตี้ทุกวัน

4. ศึกษาหาความรู้การลงทุน

ระหว่างทำงานประจำ สละเวลานอนดูละครหลังข่าว ลดเวลาเล่นเฟสบุ๊ค วันละชั่วโมงหาความรู้จากหนังสือจากเว็บไซต์เรื่องการลงทุนมากๆ เท่าที่จะทำได้ เมื่อได้โมเดลแนวทางเบื้องต้นแล้ว ลองทำความคุ้นเคยในการลงทุน ด้วยการสมัครเปิดพอร์ตจำลอง click2win กับ settrade เพื่อทดลองซื้อขายหุ้น ลงทุนตามแนวทางทีเราศึกษามาก่อน

5. ลงทุนระหว่างทำงาน

เมื่อชำนาญ ระดับหนึ่ง สัก 3-6 เดือนแล้ว ลองนำเงินออมทีมีใน ข้อ 3 มาเปิดพอร์ตลงทุนจริงๆ เน้นนะครับลงทุนระยะยาวหรือเก็งกำไรระยะกลาง อย่าไปเล่นสั้น เล่นรายวัน อย่าไปโลภหวังรวยเร็ว เพราะท่านยังต้องทำงานประจำอยู่ พยายามเลือกรูปแบบการลงทุนหรือการเก็งกำไร ที่ไม่ต้องติดตามราคาทั้งวัน และใช้เวลาในการหาข้อมูลมากเกินไปแบบมืออาชีพ เพราะเรายังมีภาระงานประจำอยู่ การจัดสมดุลต้องทำให้ดีอย่าให้เสียงานหลัก

6. ประเมินศักย์ภาพผลตอบแทน

ลงทุนในตลาดหุ้นสัก 1-2 ปี ลองประเมินศักย์ภาพในการลงทุน ผลตอบแทนรายปี ที่ได้ ทั้งจากการซื้อขายหุ้นกินส่วนต่างราคา และจากเงินปันผล เพื่อประเมินความน่าจะเป็นในการ อยู่รอดจากการสร้างกระแสเงินสด จากการลงทุน ถ้าเอาอยู่ อยู่รอด พอมีความน่าจะเป็น cover รายจ่ายเราได้ ก็ค่อยขยับขยาย ลาออกมาอีกที เห็นไหมครับ มีขั้นตอน ปฏิบัติ ผมเองก็ใช้ขั้นตอนแบบนี้ ก่อนย้ายงาน ออกมาเป็นนักลงทุน นักธุรกิจ หรือนักเก็งกำไร เต็มตัว แล้วก็อาจารย์ที่ก็ถ่ายทอดความรู้ เทคนิคที่ได้ทำแล้ว รู้แล้ว ให้นักศึกษารุ่นหลัง

วันนี้ ธุรกิจส่วนตัวผมก็มีแล้ว ผลตอบแทนทั้งจากอสังหาริมทรัพย์ หุ้น ก็เลี้ยงตัวเองได้(โชคดีที่เป็นคนใช้จ่ายไม่เยอะ) แต่ก็ยังทำงานครับ ได้ทำงานสอน ลงทุน ในสิ่งที่ชอบทุกวัน เดี๋ยวซักวันมีเงิน ร้อยล้าน พันล้าน ก็คงมาแน่ๆ เพราะล้านถัดไปก็คงไม่ยากเท่าล้านแรก แต่ต้องมีสุขภาพที่ดีนะครับ จะได้มีเวลามีความสุขกับกำไรเติบโตต่อเนื่องอยู่รอดไปอีกหลายปี แล้วมันทำให้มั่น ใจว่าอนาคต เราไม่อดตายหรือหมดตัวแน่นอน มีเวลาไปทำงานไปทำธุรกิจที่เราตั้งใจจะทำ

ขั้นตอนที่ผมเสนอมาให้ท่านออกตามฝัน ไปหาอิสรภาพ มันใช้เวลาครับ 2-3 ปี ผมเองก็ใช้ประมาณ 7 -8 ปี แต่เชื่อเถอะว่าถ้าวันนี้คุณเริ่มตั้งใจทำ แม้จะนานแต่มันคุ้มค่าที่จะลอง อย่าไปด่วนได้หักดิบ ลาออกมาแบบไม่มีแผน ไม่มีทิศทาง ปัจจุบันยุครัฐบาลประชานิยม เงินเดือนขั้นต่า 15000 ปริญญาตรี ล้นตลาด ยุคที่การงานลาออกจากงานนั้นง่าย แต่กลับเข้าไปใหม่ยาก ยิ่ง คุณมีอายุมาก การเปลี่ยนงานยิ่งยากเป็นทวีคูณ แน่นอนว่านั้นอาจจะเป็นการลาออกครั้งสุดท้าย เพราะคุณจะไม่มีงานประจำที่ดีตรงตามวุฒิได้ทำตลอดไป ปิดท้ายด้วยคำคมแง่คิดดีๆจากคุณ ดังตฤณว่า

"โดดทีละ 10 ขั้นคือความฝัน ก้าวทีละขั้น คือ ของจริง"

GNOJ@HOME

Tags : niruth prombutr athomegroup

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view